แฟชั่น!งานวัด”มนต์รักสกิดใจ” งานแต่งงานพี่ป๋อ

20 May, 2012 (17:41) | Uncategorized | By: admin

อีกหนึ่งคู่..ที่หลายคนตั้งตารอคอย สำหรับคู่รักอารมณ์ดี บันเทิง ป๋อ ณัฐวุฒิ กับ เอ๋ พรทิพย์ อินสตาแกรม ป๋อ ณัฐวุฒิ ที่วันนี้ได้ฤกษ์ดีจัดพิธีแต่งงานกันอย่างเป็นทางการแล้ว

ป๋อ ณัฐวุฒิ ถือฤกษ์ดี 07.59 อินสตาแกรม ป๋อ ณัฐวุฒิ น. ยกขบวนขันหมากสู่ขอเจ้าสาว เอ๋ พรทิพย์ ณ โรงแรมแชงกรีล่า กรุงเทพฯ ท่ามกลางความยินดีของครอบครัวทั้ง 2 ฝ่าย และเหล่าเพื่อนพ้องในวงการบันเทิง..แบบไร้สังกัด อาทิเช่น ซี ศิวัฒน์, เอมี่ กลิ่นประทุม, เชียร์ ฑิฆัมพร หรือ เอ ศุภชัย นอกจากนี้ หนุ่มป๋อ ยังขอประกาศกร้าว! ว่า “ชีวิตนี้..ขอรักเอ๋คนเดียว”

โดยพิธีมงคลสมรสของทั้งคู่ แบ่งออกเป็น 2 ช่วง ช่วงเช้าจะเป็นพิธีหมั้นและพิธีหลั่งน้ำสังข์ ก่อนจะมีพิธีเลี้ยงมงคสสมรสในช่วงเย็น ซึ่งมีธีมเป็น “งานวัด” ภายใต้การดูแลจัดการของออแกไนซ์สุดเริ่ด ก้อง ปิยะ นั่นเอง

ทางทีมข่าวบันเทิง S! News ขอแสดงความยินดีแก่ หนุ่มป๋อ และ สาวเอ๋ ด้วยนะจ๊ะ

จากอินสตาแกรม เอมี่ กลิ่นประทุม, เอ๋ พรทิพย์, เอ ศุภชัย, ก้อง ปิยะ, เชียร์ ฑิฆัมพร

งานแต่งป๋อ เอ๋ คึกคักสนุกสนานสมกับธีมงานวัดจริง ๆ บรรยากาศภายในงานมีการจำลองซุ้มเล็ก ๆ อาทิ ปาโป่ง สาวน้อยตกสาว นอกจากนี้ยังมีมุมฉายหนังกลางแปลงเรื่อง “มนต์รัก สกิดใจ” อีกด้วย เรียกว่าแขกเหรื่อที่มางานนอกจากจะมาร่วมยินดี ได้สนุกกับซุ้มการละเล่นต่าง อินสตาแกรม ป๋อ ณัฐวุฒิ ๆ แล้ว ทีเด็ดสุดเห็นทีจะเป็นมุมลอตเตอรี่ที่ผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานทุกคนเอาไปลุ้นรางวัลกันเอง

ต้องบอกว่าเป็นธีมงานที่จัดออกมาได้น่ารักมาก ๆ ดาราคนดังแต่คนที่มาร่วมงานนั้นไม่ต้องสวยหล่อกันเยอะ เอาให้เข้าคอนเซ็ปต์เป็นพอจ้าา..มาดูคนดังแต่ละคนกันดีกว่าเขามาเต็มมาเฮกันขนาดไหน

“แต่งแน่ 18 พ.ค.นี้” เรตติ้งพุ่งปรี๊ดแฟนคลับกระหน่ำกดเลิฟ ป๋อ-เอ๋ ประกาศลั่นวิวาห์!! จากสำนักข่าว สกิดใจนิวส์ ….

ขอบอกไว้เลยว่า อินสตาแกรม ป๋อ ณัฐวุฒิ บันเทิง พาดหัวข่าวข้างต้นไม่ใช่การเปิดตัวสำนักพิมพ์ใหม่แต่อย่างใด แต่ข้อความนี้เป็นส่วนหนึ่งในการ์ดแต่งงานสุดกิ๊บเก๋ของ ว่าที่เจ้าบ่าวผิวเข้มอย่าง “ป๋อ ณัฐวุฒิ สะกิดใจ” กับนางร้ายหน้าหวานอย่าง “เอ๋ พรทิพย์ วงศ์กิจจานนท์ ” นั่นเองจ้า

ในที่สุด ป๋อ-เอ๋ บันเทิง คู่รักสุดเลิฟก็ได้ร่อนการ์ดงานแต่งงานให้บรรดาสื่อมวลชน และผองเพื่อนกันแล้ว ซึ่งการ์ดแต่งงานของคู่นี้ไม่ธรรมดา เพราะไม่ใช่การ์ดแนวหวานแหววลายหัวใจแต่อย่างใด แต่เป็นกระดาษทำคล้ายพาดหัวข่าวหน้าหนึ่งบนหนังสือพิมพ์ ซึ่งมีรูปหนุ่มป๋อขี่คอสาวเอ๋อยู่ด้วย (อิอิ)

โดยในการ์ดแต่งงานของ ป๋อ-เอ๋ มีข้อความเลียนแบบการพาดหัวข่าว อาทิ..

“ผลสอบหัวใจ…ผ่าน! พ่อแม่ ไฟเขียวประกาศแล้วว่า เอ๋ พรทิพย์ สอบผ่าน (ว่าที่) สะใภ้ ครอบครัวสะกิดใจแล้ว”

“วิวาห์ตระการตากับงานวัดกลางกรุง ขอเชิญ 6 บันเทิง โมงเย็นเป็นต้นไป”

ทั้งนี้ ในการ์ดดังกล่าวได้มีดอกจันเล็ก ๆ หมายเหตุไว้ว่า **แต่งตัวมาให้แหล่ม จัดให้แจ่ม อย่าได้แคร์**

แหม เชื่อเลยค่ะว่า ว่าที่เจ้าบ่าว-เจ้าสาวคู่นี้ อารมณ์ดีซะจริง ๆ วันนี้กระปุกดอทคอมก็เลยขอนำภาพการ์ดงานแต่งงานของเขาทั้งคู่มาให้ได้ชมกัน รวมไปถึงภาพคู่สุดหวานปนฮามาให้ชมกันด้วยล่ะ ส่วนงานแต่งงาน ป๋อ-เอ๋ อินสตาแกรม ป๋อ ณัฐวุฒิ จะมีขึ้นในวันที่ 18 พฤษภาคมนี้ ซึ่งทั้งคู่ขอแหวกแนวจัดงานแบบไม่เหมือนใคร ในธีมงานวัด ยังไงกระปุกดอทคอมขอก็อวยพรให้ทั้งคู่มีความสุขในชีวิตคู่ ครองรักกันนาน ๆ นะจ๊ะ ^ ^

บันเทิง

เดอะช็อค-27-พค-53-09

20 May, 2012 (17:27) | Uncategorized | By: admin

เดอะช็อค-27-พค-53-09 ปิศาจ เรื่องเล่าสยองขวัญ ตำนานผีต่างๆ รายการเดอะช็อคเป็นรายการวิทยุ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เชื่อได้ร่วมสนุกโดยการโทรศัพท์เข้าไปพูดคุย เล่าเรื่อง เดอะช็อค แลกเปลี่ยนประสบการณ์สยองขวัญ ภูติ ผี ปีศาจ ความเชื่อ ความเชี่ยวชาญของแต่ละคนที่ถูกเกี่ยวกับวิญญาณ รวมเรื่องราวการเดินสาย ของทีมงาน เดอะช็อค The Shock กับภาพและเสียงที่คุณไม่เคยเจอ รายการวิทยุ 101 รายการสดวิทยุผี TheShock FM Online ที่มีผู้ฟังมากที่สุดในประเทศ มีเพื่อนฟังผีสดกันเพียบ แชทสดดำเนินรายการโดย ป๋อง กพล ทองพลับ วันนี้ถ้าใครยังไม่ง่วงรอติดตามฟังรายการเดอะช็อคกัน ฟังสดพร้อมกันทุกวันเวลา เที่ยงคืนครึ่งถึงตีสามครึ่ง คลิป 0.30-3.30 เดอะช็อค น. ทุกวันจันทร์-อาิทิตย์ จะมีคนโทรมาเล่าเรื่องผีแบบจริง ขอแนะนำถ้าคนที่กลัวอย่าอยู่คนฟังคนเดียว เพราะคุณอาจจะหลอนและจิตตกได้

จองเวร เรื่องราวชีวิตคนเล่นของอย่างลุงดั่น

จองเวร เรื่องราวชีวิตคนเล่นของอย่างลุงดั่น

“คนบ้านนา” เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกจากคนเล่นของ

สมัย เด็กผมอยู่ อ.บ้านนา จ.นครนายก ได้พบเห็นเรื่องแปลกๆ คลิป ทางไสยศาสตร์ คลิป นอกจากพระเครื่องกับตะกรุดและผ้ายันต์แล้ว ยังมีการเคี้ยวว่านให้หนังเหนียวและการสักยันต์

ในหมู่บ้านมีชายชรา อายุห้าสิบเศษชื่อลุงดั่น ทำสวนผักอยู่ใกล้ๆ เดอะช็อค กัน ลูกเต้าแกล้วนเติบโตแยกย้ายไปหมดแล้ว อยู่กับเมียชื่อป้าแวว เดอะช็อค เป็นคนเล่าเรื่องของขลังต่างๆ ให้ผมฟังหลายเรื่อง โดยเฉพาะความเชื่อถือกฎเกณฑ์เก่าๆ อย่างเคร่งครัดแทบไม่น่าเชื่อด้วยซ้ำไป!

ลุงดั่นบอกว่าคนเล่นของจะไม่ยอมกินอาหารในงานศพ ถ้าไปงานศพกลับมาต้องล้างหน้าด้วยน้ำมนต์ หรือน้ำแช่ใบทับทิม

ไม่ กินผลไม้ เช่น มะเฟืองและละมุดเด็ดขาด เพราะ ถือว่าคล้ายกับอวัยวะเพศสตรี แม้แต่น้ำเต้าก็ไม่ ยอมกิน เนื่องจากทั้งชื่อและลักษณะเหมือนทรวงอก ผู้หญิง

ไม่ลอดราวตากผ้า ไม่ลอดใต้บันได เชื่อว่าจะทำให้ “ของเสื่อม”

ถ้าเข้าส้วม (หรือเวจ) ข้างบ้าน แล้วมีใครมาตะโกนเรียกก็จะไม่ยอมขานรับเลย จนกว่าจะเสร็จธุระ โผล่ออกมาแล้ว

ทำ น้ำมนต์เอาไว้กินเอง! เสกทั้งน้ำล้างหน้าและแป้งผัดหน้า จะไปไหนก็ดูเมฆ สังเกตลมหายใจว่าคล่องจมูกด้านซ้ายหรือด้านขวา จะได้ก้าวขาข้างนั้นออกไปก่อน

ลุงดั่นมีห้องพระเล็กๆ อยู่ข้างห้องนอน แกเคยพาผมเข้าไปดูครั้งหนึ่งก็เห็นบรรยากาศทึบทึมน่ากลัว มีทั้งพระพุทธรูปกับเทวรูป ตุ๊กตาเด็กสูงราวหนึ่งศอกปิดทองแทบทั้งตัว…แกบอกว่าเลี้ยงกุมารทองไว้เฝ้า บ้านด้วย

“ถ้าใครคิดร้ายบุกเข้ามา กุมารทองของข้าก็จะจัดการมันเอง!”

แก บอกผมเสียงหัวเราะ แต่แววตาดูเหี้ยมเกรียมน่าขนลุก พ่อผมเล่าว่า เมื่อยังหนุ่มๆ ลุงดั่นเป็นนักเลงใหญ่ ก่อศัตรูไว้มากมาย แม้ว่าต่อมาแกจะวางมือหรือ “ถอดเขี้ยวถอดเล็บ” แล้ว แต่ก็ไม่แน่ว่าพวกศัตรูเก่าๆ ยังจะตามอาฆาตจองเวรอยู่หรือเปล่า?

ด้วยเหตุนี้เอง ลุงดั่นจึงต้องระวังตัวอยู่ตลอดเวลา!

วัน หนึ่งก็เกิดเหตุร้ายขึ้น เมื่อชาวบ้านได้ยินเสียงสัตว์ขู่คำราม กับเสียงเด็กแผดร้องโหยหวน ตามด้วยเสียงแช่งด่าของลุงดั่น…จนกระทั่งเสียงน่ากลัวต่างๆ เงียบหายไป พวกเราจึงจุดไฟออกไปดู

ภาพที่เห็นทำให้ตกตะลึงไปตามๆ กัน!

ลุง ดั่นนุ่งกางเกงขาก๊วยตัวเดียว หน้าอกกับแผ่นหลังพราวด้วยลายสักยันต์ มือถือดาบจังก้าอยู่ที่หัวบันได สายลมพัดยอดไม้ดังซู่ซ่าเกรียวกราว ฟังเหมือนเสียงใครกลุ่มหนึ่งกำลังหัวเราะครืนอย่างเย้ยหยัน…ขบขันเต็ม ประดา

“มาฆ่ากูซีวะ ไอ้เดนนรก! เมียกูไปทำอะไรให้มึง ไอ้หน้าตัวเมีย…รังแกผู้หญิงไม่มีทางสู้”

เพื่อนบ้านช่วยกันปลอบโยน ลุงดั่นโยนดาบทิ้ง นั่งลงซบหน้ากับฝ่ามือสะอื้นฮัก…เมื่อคนอื่นๆ เข้าไปในห้องนอนก็ผงะหน้าไปตามๆ กัน

ป้า แววนอนหงายลืมตาโพลงเลือดแดงฉานท่วมตัว ส่งกลิ่นคาวคละคลุ้งจนหลายคนเบือนหน้าหนี…ที่ใบหน้าและทรวงอกมีริ้วรอย เหมือนถูกกรงเล็บสัตว์ฉีกเหวอะหวะน่าสยดสยอง…ใกล้ๆ กันนั้นมีร่างของตุ๊กตาที่เรียกว่ากุมารทอง คอขาด แขนขาหักรุ่งริ่งแทบกลายเป็นเศษดินด้วยซ้ำไป!

ไม่ต้องบอกก็รู้กันดีว่า คลิป ศัตรูเก่าของลุงดั่นตามอาฆาตจองเวรอย่างไม่ลดละ…แม้ว่าจะทำร้ายลุงดั่นไม่ได้ เมียของแกก็ต้องรับเคราะห์แทน

เมื่อ เผาศพป้าแววแล้ว ลุงดั่นก็เอาสายสิญจน์มาล้อมบ้านไว้ ตอนกลางคืนก็ถือดาบลงไปเดินวนเวียนรอบบ้าน ด้วยความหวาดระแวงว่าศัตรูยังไม่เลิกราที่จะล้างผลาญชีวิตแกให้จงได้

สิ่ง ที่ทำให้เพื่อนบ้านขนหัวลุกก็คือ ตอนดึกๆ เมื่อลุงดั่นขึ้นไปนอนแล้ว มักมีเสียงหมาหอนโหยหวน ดังเยือกเย็นเข้าไปถึงหัวใจ…หลายๆ คนโผล่หน้าต่างดูก็เห็นป้าแววเดินเลาะอยู่ริมรั้วที่มีสายสิญจน์ล้อมรอบ พลางร่ำไห้สะอึกสะอื้นน่าสะเทือนใจ…ก่อนจะลับหายไปทางป่าช้า

อีกราวเดือนเศษ ลุงดั่นก็นอนหลับไปตลอดกาล…

น่า ประหลาดที่ตามร่างกายไม่ปรากฏว่ามีบาด แผลใดๆ เลย คนลือกันว่าป้าแววหาโอกาสเข้าไปในบ้านจนได้ แล้วเอาชีวิตลุงดั่นไปอยู่ด้วย! บางคนก็เชื่อว่าเป็นฝีมือของศัตรูเก่า ผู้ติดตามอาฆาตจองเวรอย่างไม่ยอมเลิกรา

เรื่องราวชีวิตคนเล่นของอย่างลุงดั่นจึงปิดตำนานลงเพียงนี้เองครับ! คลิป

ภควันต์ Buddha-Thus-Have-I-Heard-21-โปรดชฎิลสามพี่น้อง

20 May, 2012 (17:25) | Uncategorized | By: admin

โพธิสัตว์ Buddha-Thus-Have-I-Heard-21-โปรดชฎิลสามพี่น้อง

- พระพุทธเจ้ามีพระนามเดิมว่า “”สิทธัตถะ”" เป็พระราชโอรสของพระเจ้าสุทโธทนะ กษัตริย์ผู้ครองกรุงกบิลพัสดุ์ แคว้นสักกะ ซึ่งปัจจุบันตั้งอยู่ทางภาคใต้ของประเทศเนปาล พระพุทธเจ้า พระราชมารดาทรงพระนามว่า “”พระนางสิริมหามายา”" ซึ่งเป็นพระราชธิดาของกษัตริย์ราชสกุลโกลิยวงศ์แห่งกรุงเทวทหะ แคว้นโกลิยะ
- เจ้าชายสิทธัตถะประสูติเมื่อ 80 ปีก่อนพุทธศักราช ที่สวนลุมพินีวัน ณ ใต้ต้นสาละนั้น ซึ่งอยู่ระหว่างพรมแดนกรุงกบิลพัสดุ์และกรุงเทวทหะ(ปัจจุบันคือ ต.รุมมินเด ประเทศเนปาล) ได้มีพราหมณ์ทั้ง 8 ได้ทำนายว่า เจ้าชายสิทธัตถะมีลักษณะเป็นมหาบุรุษ คือ คลิปผี ถ้าดำรงตนในฆราวาสจะได้เป็นจักรพรรดิ ถ้าออกบวชจะได้เป็นศาสดาเอกของโลก แต่โกณฑัญญะพราหมณ์ผู้อายุน้อยที่สุดในจำนวนนั้น ยืนยันหนักแน่นว่า พระราชกุมารสิทธัตถะจะเสด็จออกบวชและจะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้าแน่นอน
- ทันทีที่ประสูติ พระพุทธเจ้า ทรงดำเนินด้วยพระบาท 7 ก้าว มีดอกบัวผุดรองรับ ทรงเปล่งพระวาจาว่า คลิปผี “”เราเป็นเลิศที่สุดในโลก ประเสริฐที่สุดในโลก การเกิดครั้งนี้เป็นครั้งสุดท้ายของเรา”"

- หลังประสูติได้ 7 วัน พระนางสิริมหามายาสิ้นพระชนม์ จึงทรงอยู่ในความดูแลของพระนางปชาบดีโคตมี ซึ่งเป็นพระกนิษฐาของพระนางสิริมหามายา
- ศึกษาเล่าเรียนจนจบระดับสูงของการศึกษาทางโลกในสมัยนั้น ค์อ ศิลปศาสตร์ถึง 18 ศาสตร์ ในสำนักครูวิศวามิตร
- พระบิดาไม่ประสงค์จะให้เจ้าชายสิทธัตถะเป็นศาสดาเอก จึงพยายามให้สิทธัตถะพบแต่ความสุขทางโลก เช่น สร้างปราสาท 3 ฤดู และเมื่ออายุ 16 ปี คลิปผี ได้ให้เจ้าชายสิทธัตถะอภิเษกกับนางพิมพาหรือยโสธรา ผู้เป็นพระธิดาของพระเจ้ากรุงเทวทหะซึ่งเป็นพระญาติฝ่ายพระมารดา
- เมื่อมีพระชนมายุ 29 ปี พระนางพิมพาก็ให้ประสูติ ราหุล (บ่วง)

- เมื่อทอดพระเนตรเห็นคนแก่ คนเจ็บ คนตาย และสมณตามลำดับ จึงทรงคิดว่าชีวิตของทุกคนต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนั้น ไม่มีใครหลีกเลี่ยงได้ จึงเกิดแนวความคิดว่า
-ธรรมดาในโลกนี้มีของคู่กันอยู่ พระพุทธเจ้า คลิปผี เช่น พระพุทธเจ้า มีร้อนก็ต้องมีเย็น , มีทุกข์คือ เกิด แก่ เจ็บ ตาย ก็ต้องมีที่สุดทุกข์ คือ ไม่เกิด ไม่แก่ ไม่เจ็บ ไม่ตาย
-ทรงเห็นความสุขทางโลกเป็นเพียงมายา ความสุขในกามคุณเป็นความสุขจอมปลอม เป็นเพียงภาพมายาที่ ชวนให้หลงว่าเป็นความสุขเท่านั้น ในความจริงแล้วไม่มีความสุข ไม่มีความเพลิดเพลินใดที่ไม่มีความทุกข์เจือปน
-วิถีทางที่จะพ้นจากความทุกข์ของชีวิตเช่นนี้ได้ หนทางหลุดพ้นจากวัฏสงสาร จะต้องสละเพศผู้ครองเรือนเป็นสมณะ

- สิ่งที่ทรงพบเห็นเรียกว่า “”เทวทูต(ทูตสวรรค์)”" จึงตัดสินพระทัยทรงออกผนวช ในวันที่พระราหุลประสูติเล็กน้อย พระองค์ทรงม้ากัณฐกะออกผนวช มีนายฉันทะตามเสด็จ โดยมุ่งตรงไปที่แม่น้ำอโนมานที ทรงตัดพระเกศา และเปลี่ยนเครื่องทรงเป็นผ้ากาสาวพักตร์ (ผ้าย้อมด้วยรสฝาดแห่งต้นไม้) ทรงเปลื้องเครื่องทรงมอบให้นายฉันนะนำกลับพระนคร การออกบวชครั้งนี้เรียกว่า การเสด็จออกมหาภิเนษกรมณ์ (การเสด็จออกเพื่อคุณอันยิ่งใหญ่)
- หลังจากทรงผนวชแล้ว จึงทรงมุ่งไปที่แม่น้ำคยา แคว้นมคธ เพื่อค้นคว้าทดลองในสำนักอาฬารดาบส กาลามโครตร และอุทกดาบส รามบุตร เมื่อเรียนจบทั้งสองสำนัก (บรรลุฌาณชั้นที่แปด) พระพุทธเจ้า ก็ทรงเห็นว่าไม่ใช่ทางพ้นทุกข์ตามที่มุ่งหวังไว้ คลิปผี

ไปเที่ยว Spirit-of-Asia-หยินหยาง-จิตวิญญาณที่โซล

20 May, 2012 (17:24) | Uncategorized | By: admin

โคจร Spirit-of-Asia-หยินหยาง-จิตวิญญาณที่โซล

โซล (เกาหลี: 서울, MC: Seoul, คลิปผี MR: Sŏul; การออกเสียงภาษาเกาหลี [sʌ.ul](Speaker Icon.svg ฟังเสียง) ซออุล) ชื่ออย่างเป็นทางการ นครพิเศษโซล เป็นเมืองหลวงและมหานครที่ใหญ่ที่สุดของประเทศเกาหลีใต้ มีประชากรประมาณ 10 ล้านคน คลิปผี ถือว่าเป็นเมืองที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วในโออีซีดี [4] ในเขตปริมณฑลและเมืองหลวงแห่งชาติโซล เป็นปริมณฑลที่ใหญ่เป็นอันดับที่สองของโลกโดยมีประชากรประมาณ ท่องเที่ยว ท่องเที่ยว 25 ล้านคน[5]ซึ่งเป็นบริเวณที่อยู่อาศัยซึ่งประกอบด้วยบริเวณมหานครอินชอนและจังหวัดคยองกี เกือบหนึ่งในสี่ของประชากรชาวเกาหลีใต้อาศัยอยู่ในโซลและชาวต่างชาติอีกประมาณ 275,000 คน[6]

โซลตั้งอยู่บริเวณแม่น้ำฮัน โดยโซลนั้นเป็นชุมชนหลักมาเป็นเวลากว่าสองพันปี โดยมีการก่อตั้งเมืองตั้งแต่ 18 ปีก่อนคริสต์ศักราชเมื่อตอนที่อาณาจักรแพกเจเป็นหนึ่งในราชอาณาจักรทั้งสามของเกาหลี โดยสถาปนาเมืองหลวง ณ บริเวณตะวันออกเฉียงใต้ของโซลในปัจจุบันและยังเป็นเมืองหลวงของเกาหลีอย่างต่อเนื่องทั้งในสมัยราชวงศ์โชซอนและสมัยจักรวรรดิเกาหลี โดยเขตปริมณฑลและเมืองหลวงแห่งชาติโซลเป็นที่ตั้งของมรดกโลก 4 แห่ง คือ พระราชวังชางด๊อกกุง,ป้อมฮวาซอง,ศาลเจ้าจงเมียวและสุสานหลวงราชวงศ์โชซอน[7]

ปัจจุบันนี้โซลถูกพิจารณาให้เป็นเมืองนานาชาติ (Global City) โดยอยู่อันดับที่ 8 ผลสำรวจดัชนีเมืองของโลกในปี 2555[8]และ เป็นอันดับที่ 7 ในผลสำรวจดัชนีเมืองทรงอิทธิพลของโลก ปี 2554 มหานครโซลได้มีส่วนเกี่ยวจ้องกับเหตุการณ์ระดับโลกหลายเหตุการณ์,โดยการใช้ ความพยายามอย่างมากที่จะเพิ่มอิทธิพลในฐานะประเทศที่เป็นเจ้าภาพจัดการ ประชุมนานาชาติมากเป็นอันดับที่ 5 ของโลก ในปี 2553[9] คลิปผี เป็นหนึ่งในสิบเมืองของโลกที่เป็นศูนย์กลางด้านการเงินและการค้า[10]เป็นที่ตั้งสำนักงานใหญ่ของบรรษัทข้ามชาติ ขนาดใหญ่ เช่น ซัมซุง,กลุ่มฮุนได มอเตอร์และแอลจี ในปี 2551 โซลได้ชื่อว่าเป็นเมืองที่มีพลังทางเศรษฐกิจมากเป็นอันดับที่ 6 ของโลกโดยฟอบส์[11] โซลได้รับการโหวตให้เป็นเป้าหมายยอดนิยมในการท่องเที่ยวจากนักท่องเที่ยวชาวจีน,ญี่ปุ่นและไทย ท่องเที่ยว 3 ปีต่อเนื่องกันในปี 2554[12]

โซลมีโครงสร้างพื้นฐานทางด้านเทคโนโลยีในระดับสูง[13][14]เป็นประเทศแรกของโลกที่นำโทรทัศน์ระบบดิจิตอลทางโทรศัพท์มือถือและบรอดแบนด์ไร้สายมาให้บริการในรถไฟฟ้าใต้ดินและรถบัสพร้อมกับระบบ4จี แอลทีอีและวายฟาย โดยมีความเร็วสูงที่สุดในโลกที่ คลิปผี 100 เมกะบิตต่อวินาทีในเครือข่ายบรอดแบนด์[15] สถานีรถไฟโซลเป็นสถานีปลายทางหลักของรถไฟความเร็วสูงเคทีเอ๊กซ์และสถานีรถไฟไต้ดินโซลยัง เป็นสถานีที่มีผู้ใช้งานมากเป็นอับดับที่สองของโลกโดยมีลักษณะเป็นสายวงรอบ ที่ยาวที่สุดและและมีเส้นทางรถไฟไต้ดินจนสุดสายที่ยาวเป็นอับดับที่สองของ ท่องเที่ยว โลก โซลนั้นได้รวมระบบขนส่งมวลชนเข้ากับเมืองอินชอนและจังหวัดคยองกี ท่องเที่ยว โดยสามารถให้ผู้โดยสารสามารถใช้บริการรถโดยสารประจำทางหรือรถไฟไต้ดินได้อย่างอิสระโดยใช้บัตรที-มันนี่และเชื่อมต่อโดยทางเอเร็กซ์เพื่อไปยังท่าอากาศยานนานาชาติอินชอน ซึ่งถูกจัดเป็นสนามบินยอดเยี่ยมตั้งแต่ปี 2548 โดยสภาการท่าอากาศยานนานาชาติ

โซลเคยเป็นเจ้าภาพเอเชียนเกมส์ 1986,โอลิมปิกฤดูร้อน 1988,ฟุตบอลโลก 2002 และการประชุมสุดยอด จี-20 2010 โซลได้ชื่อว่าเป็นเมืองแห่งการออกแบบในปี 2553 โดยสมาคมออกแบบอุตสาหกรรมนานาชาติ คลิปผี

เดอะช็อค-27-พค-53-08

20 May, 2012 (17:22) | Uncategorized | By: admin

เดอะช็อค-27-พค-53-08 ปิศาจ เรื่องเล่าสยองขวัญ ตำนานผีต่างๆ รายการเดอะช็อคเป็นรายการวิทยุ ที่เปิดโอกาสให้ผู้เชื่อได้ร่วมสนุกโดยการโทรศัพท์เข้าไปพูดคุย คลิปผี เล่าเรื่อง แลกเปลี่ยนประสบการณ์สยองขวัญ ภูติ ผี ปีศาจ ความเชื่อ ความเชี่ยวชาญของแต่ละคนที่ถูกเกี่ยวกับวิญญาณ รวมเรื่องราวการเดินสาย ของทีมงาน The Shock กับภาพและเสียงที่คุณไม่เคยเจอ คลิปผี รายการวิทยุ 101 รายการสดวิทยุผี TheShock FM Online ที่มีผู้ฟังมากที่สุดในประเทศ มีเพื่อนฟังผีสดกันเพียบ แชทสดดำเนินรายการโดย ป๋อง กพล ทองพลับ วันนี้ถ้าใครยังไม่ง่วงรอติดตามฟังรายการเดอะช็อคกัน ฟังสดพร้อมกันทุกวันเวลา เที่ยงคืนครึ่งถึงตีสามครึ่ง เดอะช็อค 0.30-3.30 น. ทุกวันจันทร์-อาิทิตย์ จะมีคนโทรมาเล่าเรื่องผีแบบจริง ขอแนะนำถ้าคนที่กลัวอย่าอยู่คนฟังคนเดียว เพราะคุณอาจจะหลอนและจิตตกได้

ผีตาฮก เรื่องเล่าจาก จ.สุราษฎร์ธานี

ผีตาฮก เรื่องเล่าจาก จ.สุราษฎร์ธานี

“อร” เล่าประสบการณ์ขนหัวลุกจากเรือผีสิงสมัยเด็กดิฉันอยู่ อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี มีแม่น้ำตาปีเป็นเส้นเลือดใหญ่ของพวกเรา เหมือนกับแม่น้ำสำคัญสายต่างๆ ทั่วประเทศนั่นแหละค่ะ

นอกจากนั้น ยังมีคลองเล็กคลองน้อยต่างๆ เป็นที่ตั้งบ้านเรือนของผู้คนอีกหลายแห่ง บ้านดิฉันอยู่ริมคลองนายบาง ชาวบ้านมีทั้งทำไร่ทำสวนและหากุ้งหาปลา คลิปผี พวกเราอยู่กันได้สบายๆ เพราะผู้คนยังไม่มากมายเหมือนทุกวันนี้

พวก ผู้ใหญ่เล่ากันว่าในคลองลึกๆ ผีดุนักหนา มีคนเคยโดนหลอกมาสารพัดรูปแบบ โดยเฉพาะพวกหากุ้งหาปลา แต่ไม่ว่าจะกลัวผีมากน้อยแค่ไหน ถึงเวลาก็ต้องออกไปทำมาหากินเป็นนิจศีล

นอกจากผีดุแล้วยังมีจระเข้ชุกชุมด้วยค่ะ!

ตอน แรกๆ ดิฉันก็คิดว่าผู้ใหญ่เล่าเรื่องนี้เพื่อให้เด็กกลัว จะได้ไม่ไปเล่นน้ำกันบ่อยๆ แต่แล้วก็เกิดเรื่องสยองขวัญเหลือเชื่อขึ้นมา เดอะช็อค จนทำให้พวกเรายอมรับว่าจระเข้ที่ว่าดุนั้น มันดุร้ายขนาดไหน นึกถึงแล้วยังขนลุกอยู่ไม่หาย

“ตาฮก” เดอะช็อค คนในหมู่บ้านมีอาชีพหาปลาด้วยวิธีทอดแห แกมักออกเรือไปกับลูกชายวัยรุ่นชื่อพี่นุ้ย ไม่ถึงกับออกแม่น้ำหรอกค่ะ เฉพาะในคลองนายบางก็มีกุ้งปลาชุกชุมอยู่แล้ว

วันนั้น เดอะช็อค ตาฮกกับลูกชายก็ออกเรือไปหาปลาตามเคย

ดูเหมือนว่าจะโชคดีที่เหวี่ยงแหลงไปเป็นได้ปลามาครั้งละไม่น้อย จนกระทั่งถึงครั้งสุดท้าย ตาฮกบอกลูกว่าอีกโครมเดียวก็กลับบ้านได้เลย

ว่า แล้วก็ยืนขึ้นหว่านแหลงน้ำ…แหของตาฮกไม่ใช่แบบแหงมนะคะ เขาเรียกว่าแหลาก เสร็จสรรพก็ค่อยๆ ลากแหขึ้นมาช้าๆ มองเห็นปลาหลายตัวดิ้นกระแด่วๆ จนเกือบจะพ้นจากน้ำอยู่แล้ว เหตุการณ์สยดสยองก็อุบัติขึ้นมาทันใด!

นั่น คือ จระเข้ขนาดมหึมาตัวหนึ่งโผล่พรวดขึ้นจากน้ำเหมือนภาพในคืนฝันร้าย เดอะช็อค พี่นุ้ยผงะหน้า ร้องเสียงลั่น คลิปผี เมื่อเห็นจระเข้ตัวใหญ่ยาวเป็นวา พุ่งลิ่วขึ้นมาอ้าปากงับพ่อขาดกลางลำตัวพอดี ก่อนจะหล่นลงน้ำเสียงโครมสนั่น

ร่างที่เหลือแต่ท่อนล่างของตาฮกยังดิ้นรน ท่าม กลางเลือดสาดกระจายเต็มเรืออยู่ครู่หนึ่งก่อนจะแน่นิ่งไป!

พี่ นุ้ยพายเรือกลับบ้านพร้อมด้วยศพครึ่งท่อนของพ่อได้ยังไง ตัวเองก็บอกว่ายังงงๆ อยู่เหมือนกัน…แต่เสร็จจากงานศพพ่อก็ประกาศว่าสาปส่งการหากุ้งหาปลา ไม่ว่าคลองนี้หรือคลองไหนไปชั่วชีวิต ก่อนจะเก็บข้าวของไปอยู่กับญาติในจังหวัด ไม่มีใครได้ทราบข่าวคราวจากแกอีกเลยจนถึงทุกวันนี้

แล้วผีตาฮกล่ะคะ จะดุร้ายหรือสาบสูญไปเหมือนกับลูกชายของแก?

ตรงกันข้ามค่ะ ผีตาฮกที่ประสบกับชะตากรรมน่าสยดสยองพองขน กลับเฮี้ยนสุดขีดจนเป็นที่เล่าลือกันมานับสิบปี!

พวกหากุ้งหาปลาต้องคอยเหลียวหน้าเหลียวหลัง ไหนจะกลัวทั้งจระเข้ ไหนจะกลัวผีตาฮก บางคนอ่อนอกอ่อนใจถึงกับหยุดออกเรือไปหลายวันก็มีค่ะ

ตอน แรกๆ พวกพ่อแม่ที่มีลูกซุกซน ก็มีทั้งห่วงใยลูกเต้า กับโล่งอกโล่งใจที่พวกเด็กๆ ไม่กล้าลงไปเล่นน้ำกันอยู่หลายวัน จะอาบน้ำก็ต้องลงกันเป็นโขยง รีบอาบรีบขึ้นเพราะกลัวไอ้เข้กับกลัวผียิ่งกว่าผู้ใหญ่ด้วยซ้ำไป

หลังจากเผาศพไปได้ราว 6-7 วัน วิญญาณตาฮกก็เริ่มแผลงฤทธิ์ขึ้นมา!

นั่น คือ เรือหาปลาที่ลูกชายทิ้งไว้ให้ญาติๆ ก็จอดอยู่เฉยๆ เพราะยังไม่มีใครใจถึง กล้านั่งกล้าพายไปไหน ตอนกลางวันก็ดูสงบนิ่งเหมือนไม่มีอะไร แต่พอตกกลางคืนได้ไม่นานก็เกิดเรื่องน่าขนหัวลุก

บ้านดิฉันอยู่ใกล้ๆ บ้านตาฮกพอดี…

จู่ๆ เสียงคล้ายกระดานลั่นเกรียวกราวก็ดังแว่วมาจากริมน้ำ ทั้งๆ ที่ไม่มีลมพัดแรงอะไรเลย พวกเราได้ยินกันหลายบ้าน รุ่งขึ้นต่างก็ถามไถ่กันว่าเสียงอะไร ก็ไม่มีใครตอบได้เลย…จนกระทั่งคืนต่อมา

เสียงกระดานลั่นดังขึ้นในความเงียบเชียบของราตรีอีกแล้ว!

พ่อ แม่ดิฉันเงี่ยหูฟังอยู่พักหนึ่ง เสียงนั้นค่อยๆ จางหายไป…พ่อบอกว่านั่นคือเสียงกระดานเรือที่มีคนลงไปเหยียบย่ำ เล่นเอาดิฉันต้องกอดแม่แน่น ส่วนแม่ก็กลืนน้ำลายอึกใหญ่ ครางเบาๆ ว่า…ผีตาฮก…

ชาวบ้านร้านช่องที่ได้ยินเสียงสยองทุกคืน แทบจะนอนไม่หลับไปตามๆ กัน

คิด ดูซีคะว่าเรือที่กลายเป็นเรือนตายอย่างน่าสยอง จะเกิดเสียงโครมครามได้ยังไง…นอกจากวิญญาณตาฮกจะเฮี้ยนจัดอยู่หลายคืน จนต้องเอาไปถวายวัดเลยค่ะ! คลิปผี

สงครามชีวิต-โอชิน -ตอน44-2/2

20 May, 2012 (17:21) | Uncategorized | By: admin

สงครามชีวิต-โอชิน -ตอน44-2/2

เรื่อง Oshin ครอบคลุมกินเวลายาวนาน โอชิน ตั้งแต่ปี 1906 ซึ่งโอชินมีอายุหกขวบ และจบลงในปี 1983

เริ่มต้นเรื่องที่เหตุการณ์ในปัจจุบัน บรรดาสมาชิกตระกูลทาโนคุระกำลังจะเปิดห้างสรรพสินค้าสาขาที่ 17 แต่แล้วโอชินซึ่งเป็นผู้อาวุโสสูงสุดของครอบครัว กลับหลบหนีหายไปโดยไม่บอกกล่าว ถัดจากนั้นหลายชายบุญธรรมก็อาศัยไหวพริบ ออกติดตามจนพบตัวคุณย่า ทั้งสองจึงเดินทางตระเวนไปตามเมืองต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องผูกพันกับชีวิตของหญิงชรา พร้อม ๆ กับคำบอกเล่าถึงทุกข์สุขต่าง ๆ ย้อนหลัง
โอชินเกิดในครอบครัวชาวนาเช่าที่ดินทำกิน มีรายได้แทบเข้าขั้นติดลบ มิหนำซ้ำยังมีหลายปากท้องต้องเลี้ยงดู-กระทั่งต้องหุงข้าวปนหัวไช้เท้าทุก มื้อ-ก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนได้อิ่มโดยทั่วถึง
เมื่ออายุ 7 ขวบ เธอต้องพลัดพรากจากบ้าน ถูกขายให้ไปทำงานเลี้ยงเด็กในร้านค้าไม้เป็นเวลาหนึ่งปี (แลกกับข้าวสารหนึ่งกระสอบ) ผ่านการตรากตรำกรำงานหนักเกือบครบตามสัญญา ก็มีเหตุให้หนูน้อยตัดสินใจหลบหนีกลับบ้านตามลำพัง เนื่องจากโกรธและน้อยใจที่โดนกล่าวหาว่าขโมยเงิน
โอชินเกือบพบจุดจบเมื่อล้มฟุบหมดสติท่ามกลางหิมะหนาวเหน็บ แต่ก็มีชายหนุ่มหนีทหารชื่อชุนซากุที่หลบซ่อนตัวอยู่ในละแวกนั้นช่วยชีวิต ไว้
เมื่อกลับคืนสู่บ้านเกิดและครอบครัวได้ไม่นาน ความอดอยากก็ส่งผลให้โอชินต้องประสบชะตากรรมเดิม ๆ ต้องออกไปทำงานกับครอบครัวร้านค้าข้าวสารในตำบลซาคาตะ แต่ครั้งนี้สถานการณ์พลิกผันเป็นบวก เมื่อคุณนายคุนิผู้มีเมตตาและเที่ยงธรรม คอยให้ความอุปการะช่วยเหลือ จนกระทั่งผ่านพ้นวัยเด็กอย่างมีความสุข
ย่างเข้าสู่วัยรุ่น โอชินอำลาจากครอบครัวนายจ้าง เพราะเกิดปัญหาหัวใจ (โอชินกับคาโยะหลานสาวของคุณนาย clip ซึ่งสนิทสนมกันเหมือนพี่น้อง ต่างตกหลุมรักชายหนุ่มชื่อโคตะ) เธอหวนกลับคืนสู่บ้านเกิด จากนั้นก็มุ่งหน้าไปเผชิญโชคผจญภัยในโตเกียว ได้พบรักแต่งงานกับลูกเศรษฐีชื่อริวโซ ท่ามกลางการคัดค้านไม่เห็นด้วยจากแม่ของฝ่ายชาย
หลังแต่งงาน โอชินต้องเอาชนะใจสมาชิกครอบครัวของสามี พร้อม ๆ กับกอบกู้ธุรกิจร้านขายผ้า ซึ่งกำลังประสบภาวะย่ำแย่ จนกระทั่งเหตุวิกฤติทุกอย่างเริ่มคลี่คลาย เธอคลอดลูกเป็นชาย กิจการที่ปรับเปลี่ยนมาเป็นตัดเย็บเสื้อผ้าเด็กกำลังก้าวหน้า ตระเตรียมเปิดโรงงานขนาดใหญ่ แต่แล้วทุกอย่างก็พังพินาศในชั่วพริบตา เมื่อเกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของโตเกียว เมื่อเดือนกันยายน ปี 1923 (มีผู้เสียชีวิตราว ๆ สามแสนคน อีกประมาณสองล้านสูญเสียบ้านกลายเป็นผู้ไร้ที่อยู่อาศัย)

โอชินต้องโยกย้ายไปอยู่กับครอบครัวของสามี เผชิญความขัดแย้งระหว่างแม่ผัวกับลูกสะใภ้ และลงเอยด้วยการที่ลูกสาวเพิ่งคลอดเสียชีวิต
โอชินหนีไปตั้งต้นชีวิตใหม่เปิดร้านอาหาร จากนั้นก็โยกย้ายมาเป็นแม่ค้าขายปลาที่เมืองอิเสะ พลัดพรากกับสามีนานหลายปี กว่าจะมีโอกาสหวนคืนกลับมาเป็นครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาดังเดิม
ทว่าผลพวงจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ทำให้ลูกชายที่ถูกเกณฑ์เป็นทหารเสียชีวิต สามีฆ่าตัวตาย ธุรกิจที่กำลังเติบโตพังทลายไปต่อหน้าต่อตา
โอชินเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ต่อสู้อย่างเด็ดเดี่ยวยาวนาน จากช่วงวัยกลางคนย่างสู่วัยชรา ผลักดันจนร้านขายปลาเล็ก ๆ กลายเป็นซูเปอร์มาเก็ตขนาดใหญ่ และค่อย ๆ ขยับขยายสาขาออกไปอีกหลายแห่ง พร้อม กับความเติบโตของบรรดาสมาชิกครอบครัว
เรื่องจบลงเมื่อตระกูลทาโนคุระในปี 1983 กำลังเผชิญกับหายนะครั้งสำคัญที่อาจส่งผลถึงขั้นล้มละลาย แต่ก็ทำให้ทุกคนได้รับบทเรียนถึงคุณค่าของความเป็นครอบครัว การยืนหยัดเคียงข้างในยามทุกข์ และจิตใจมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้

สงครามชีวิตโอชิน (อังกฤษ: Oshin) (ญี่ปุ่น: ???) เป็นละครโทรทัศน์ญี่ปุ่นผลิตโดยเอ็นเอชเค เป็นละครฉลองครบรอบ 30 ปีเอ็นเอชเค โดยเล่าถึงชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อ ชิน ทาโนะคุระ ตั้งแต่เกิดในยุคเมจิปี พ.ศ. 2441 จนเข้าวัยชราในยุคโชวะปี พ.ศ. 2526 ผ่านเรื่องราวมามากมายทั้งสุขและทุกข์ มีทั้งหมด 297 ตอน ตอนละ 15 นาที มีการฉายครั้งแรกในญี่ปุ่นในวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. โอชิน 2525 โอชิน – 31 มีนาคม พ.ศ. 2526 โดยออกอากาศวันละ 1 ตอน และมีการออกอากาศในอีกหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย มีผู้ชมทั่วโลกกว่า clip 2 ล้านคน
บทละครเขียนขึ้นโดย อิวาซากิ ซุงาโกะ (ใช้นามแฝงว่า ฮาชิดะ ซุงาโกะ) [1] ดัดแปลงจากเรื่องราวในชีวิตจริงของ คัทสึ โอชิน วะดะ (Katsu Wada) มารดาของคะซึโอะ โอชิน clip วะดะ ผู้ก่อตั้งและประธานห้างสรรพสินค้าเยาฮัน [2] เรียวเฮ clip (Ryohei Wada) สามีของคัทสึ วะดะเสียชีวิตตั้งแต่ลูกยังเล็ก คัทสึต้องเลี้ยงดูลูกจำนวนห้าคนตามลำพัง และก่อร่างสร้างตัวจากร้านขายผักสด จนเป็นเจ้าของร้านขายของชำ และขยายกิจการจนเป็นเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ต และห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง clip

สงครามชีวิต-โอชิน -ตอน44-1/2

20 May, 2012 (17:19) | Uncategorized | By: admin

สงครามชีวิต-โอชิน -ตอน44-1/2

เรื่อง Oshin ครอบคลุมกินเวลายาวนาน ตั้งแต่ปี 1906 ซึ่งโอชินมีอายุหกขวบ และจบลงในปี 1983

เริ่มต้นเรื่องที่เหตุการณ์ในปัจจุบัน บรรดาสมาชิกตระกูลทาโนคุระกำลังจะเปิดห้างสรรพสินค้าสาขาที่ 17 แต่แล้วโอชินซึ่งเป็นผู้อาวุโสสูงสุดของครอบครัว กลับหลบหนีหายไปโดยไม่บอกกล่าว ถัดจากนั้นหลายชายบุญธรรมก็อาศัยไหวพริบ คลิป ออกติดตามจนพบตัวคุณย่า ทั้งสองจึงเดินทางตระเวนไปตามเมืองต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องผูกพันกับชีวิตของหญิงชรา พร้อม ๆ กับคำบอกเล่าถึงทุกข์สุขต่าง ๆ ย้อนหลัง
โอชินเกิดในครอบครัวชาวนาเช่าที่ดินทำกิน มีรายได้แทบเข้าขั้นติดลบ มิหนำซ้ำยังมีหลายปากท้องต้องเลี้ยงดู-กระทั่งต้องหุงข้าวปนหัวไช้เท้าทุก มื้อ-ก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้ทุกคนได้อิ่มโดยทั่วถึง
เมื่ออายุ 7 ขวบ คลิป เธอต้องพลัดพรากจากบ้าน ถูกขายให้ไปทำงานเลี้ยงเด็กในร้านค้าไม้เป็นเวลาหนึ่งปี (แลกกับข้าวสารหนึ่งกระสอบ) ผ่านการตรากตรำกรำงานหนักเกือบครบตามสัญญา ก็มีเหตุให้หนูน้อยตัดสินใจหลบหนีกลับบ้านตามลำพัง เนื่องจากโกรธและน้อยใจที่โดนกล่าวหาว่าขโมยเงิน
โอชินเกือบพบจุดจบเมื่อล้มฟุบหมดสติท่ามกลางหิมะหนาวเหน็บ แต่ก็มีชายหนุ่มหนีทหารชื่อชุนซากุที่หลบซ่อนตัวอยู่ในละแวกนั้นช่วยชีวิต ไว้
เมื่อกลับคืนสู่บ้านเกิดและครอบครัวได้ไม่นาน ความอดอยากก็ส่งผลให้โอชินต้องประสบชะตากรรมเดิม ๆ ต้องออกไปทำงานกับครอบครัวร้านค้าข้าวสารในตำบลซาคาตะ แต่ครั้งนี้สถานการณ์พลิกผันเป็นบวก เมื่อคุณนายคุนิผู้มีเมตตาและเที่ยงธรรม คอยให้ความอุปการะช่วยเหลือ จนกระทั่งผ่านพ้นวัยเด็กอย่างมีความสุข
ย่างเข้าสู่วัยรุ่น โอชินอำลาจากครอบครัวนายจ้าง เพราะเกิดปัญหาหัวใจ โอชิน (โอชินกับคาโยะหลานสาวของคุณนาย ซึ่งสนิทสนมกันเหมือนพี่น้อง ต่างตกหลุมรักชายหนุ่มชื่อโคตะ) เธอหวนกลับคืนสู่บ้านเกิด จากนั้นก็มุ่งหน้าไปเผชิญโชคผจญภัยในโตเกียว ได้พบรักแต่งงานกับลูกเศรษฐีชื่อริวโซ ท่ามกลางการคัดค้านไม่เห็นด้วยจากแม่ของฝ่ายชาย
หลังแต่งงาน โอชินต้องเอาชนะใจสมาชิกครอบครัวของสามี พร้อม ๆ กับกอบกู้ธุรกิจร้านขายผ้า ซึ่งกำลังประสบภาวะย่ำแย่ จนกระทั่งเหตุวิกฤติทุกอย่างเริ่มคลี่คลาย เธอคลอดลูกเป็นชาย กิจการที่ปรับเปลี่ยนมาเป็นตัดเย็บเสื้อผ้าเด็กกำลังก้าวหน้า ตระเตรียมเปิดโรงงานขนาดใหญ่ แต่แล้วทุกอย่างก็พังพินาศในชั่วพริบตา เมื่อเกิดแผ่นดินไหวครั้งรุนแรงที่สุดในประวัติศาสตร์ของโตเกียว เมื่อเดือนกันยายน ปี 1923 (มีผู้เสียชีวิตราว ๆ สามแสนคน อีกประมาณสองล้านสูญเสียบ้านกลายเป็นผู้ไร้ที่อยู่อาศัย)

โอชินต้องโยกย้ายไปอยู่กับครอบครัวของสามี เผชิญความขัดแย้งระหว่างแม่ผัวกับลูกสะใภ้ และลงเอยด้วยการที่ลูกสาวเพิ่งคลอดเสียชีวิต
โอชินหนีไปตั้งต้นชีวิตใหม่เปิดร้านอาหาร จากนั้นก็โยกย้ายมาเป็นแม่ค้าขายปลาที่เมืองอิเสะ พลัดพรากกับสามีนานหลายปี กว่าจะมีโอกาสหวนคืนกลับมาเป็นครอบครัวพร้อมหน้าพร้อมตาดังเดิม
ทว่าผลพวงจากสงครามโลกครั้งที่ 2 ก็ทำให้ลูกชายที่ถูกเกณฑ์เป็นทหารเสียชีวิต สามีฆ่าตัวตาย ธุรกิจที่กำลังเติบโตพังทลายไปต่อหน้าต่อตา
โอชินเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง ต่อสู้อย่างเด็ดเดี่ยวยาวนาน จากช่วงวัยกลางคนย่างสู่วัยชรา ผลักดันจนร้านขายปลาเล็ก ๆ กลายเป็นซูเปอร์มาเก็ตขนาดใหญ่ และค่อย ๆ ขยับขยายสาขาออกไปอีกหลายแห่ง พร้อม กับความเติบโตของบรรดาสมาชิกครอบครัว
เรื่องจบลงเมื่อตระกูลทาโนคุระในปี 1983 กำลังเผชิญกับหายนะครั้งสำคัญที่อาจส่งผลถึงขั้นล้มละลาย แต่ก็ทำให้ทุกคนได้รับบทเรียนถึงคุณค่าของความเป็นครอบครัว การยืนหยัดเคียงข้างในยามทุกข์ และจิตใจมุ่งมั่นไม่ยอมแพ้

สงครามชีวิตโอชิน (อังกฤษ: Oshin) (ญี่ปุ่น: ???) เป็นละครโทรทัศน์ญี่ปุ่นผลิตโดยเอ็นเอชเค เป็นละครฉลองครบรอบ 30 ปีเอ็นเอชเค โดยเล่าถึงชีวิตของผู้หญิงคนหนึ่งที่ชื่อ ชิน ทาโนะคุระ ตั้งแต่เกิดในยุคเมจิปี พ.ศ. 2441 จนเข้าวัยชราในยุคโชวะปี คลิป พ.ศ. 2526 ผ่านเรื่องราวมามากมายทั้งสุขและทุกข์ มีทั้งหมด 297 โอชิน ตอน ตอนละ 15 นาที โอชิน มีการฉายครั้งแรกในญี่ปุ่นในวันที่ 4 เมษายน พ.ศ. 2525 – 31 มีนาคม พ.ศ. 2526 โดยออกอากาศวันละ 1 ตอน และมีการออกอากาศในอีกหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย มีผู้ชมทั่วโลกกว่า 2 ล้านคน โอชิน
บทละครเขียนขึ้นโดย อิวาซากิ ซุงาโกะ (ใช้นามแฝงว่า ฮาชิดะ โอชิน ซุงาโกะ) [1] ดัดแปลงจากเรื่องราวในชีวิตจริงของ คัทสึ วะดะ (Katsu Wada) มารดาของคะซึโอะ วะดะ ผู้ก่อตั้งและประธานห้างสรรพสินค้าเยาฮัน [2] เรียวเฮ (Ryohei Wada) สามีของคัทสึ วะดะเสียชีวิตตั้งแต่ลูกยังเล็ก คัทสึต้องเลี้ยงดูลูกจำนวนห้าคนตามลำพัง และก่อร่างสร้างตัวจากร้านขายผักสด จนเป็นเจ้าของร้านขายของชำ และขยายกิจการจนเป็นเครือข่ายซูเปอร์มาร์เก็ต คลิป และห้างค้าปลีกยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่นในยุคหลังสงครามโลกครั้งที่สอง คลิป

ครูสอนโยคะอายุมากที่สุดในโลกวัย 93 ปี

20 May, 2012 (17:15) | Uncategorized | By: admin

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน(17 พ.ค.) ครูสอนโยคะวัย 93 ปี Tao Porchon-Lynch เมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาและแม้ว่าเธอจะมีอายุมากแล้ว แต่ร่างกายของเธอยังแข็งแรงได้สัดส่วน แต่มีความยืดหยุ่นไม่แพ้หนุ่มสาวเธอได้รับการจดสถิติจากกินเนสบุ๊กว่าเป็น ครูสอนโยคะที่มีอายุมากที่สุดในโลก

รายงานระบุว่า เธอเริ่มต้นมีความสนใจฝึกโยคะตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จนถึงปัจจุบันเธอมีอาชีพเป็นครูสอนโยคะเป็นเวลากว่า 61 ปี และเธอจะสอนโยคะจนถึงวินาทีสุดท้ายในชีวิตของเธอ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน(17 พ.ค.) ครูสอนโยคะวัย 93 ปี Tao Porchon-Lynch เมืองนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกาและแม้ว่าเธอจะมีอายุมากแล้ว แต่ร่างกายของเธอยังแข็งแรงได้สัดส่วน เรื่องผี แต่มีความยืดหยุ่นไม่แพ้หนุ่มสาวเธอได้รับการจดสถิติจากกินเนสบุ๊กว่าเป็น ครูสอนโยคะที่มีอายุมากที่สุดในโลก

รายงานระบุว่า เธอเริ่มต้นมีความสนใจฝึกโยคะตั้งแต่อายุ 8 ขวบ จนถึงปัจจุบันเธอมีอาชีพเป็นครูสอนโยคะเป็นเวลากว่า 61 ปี และเธอจะสอนโยคะจนถึงวินาทีสุดท้ายในชีวิตของเธอ

ดูเหมือนแพทย์แผนปัจจุบันจะปฏิเสธไม่ได้กับนิยามของโยคะโบราณนี้ทิศทางล่าสุดได้ยอมรับสมุฏฐานของโรคแบบองค์รวม แทนที่จะมองโลกแบบแยกเป็น อวัยวะ เนื้อเยื่อ เซลล์ แบบเดิมซึ่งกลายเป็นเพียงจุกเล็กๆ ของกระบวนการทางชีวเคมีกระบวนการทางชีวฟิสิกส์ที่ปรับเปลี่ยนไปอย่างไม่มีวันสิ้นสุดของระบบของเหลวในร่างกายส่วนของจิตที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของกลไกภายในก็เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นๆ

ในอีกด้านหนึ่ง แพทย์ทางด้านกายภาพก็ไม่เพียงนำมาซึ่งคุณค่าของการควบคุม คุณค่าของการออกกำลังกาย แต่งานล่าสุดยังได้สถาปนาความสำคัญของอวัยวะภายในที่แข็งแรง ที่สามารถทำหน้าที่ตามปกติ ครูสอนโยคะ ไม่เพียงทางด้านกลไกประสาทกล้ามเนื้อเท่านั้น แต่เป็นของร่างกายโดยรวม

ที่น่าสนใจก็คือ วิถีและเครื่องมือที่แนะนำอยู่ในโยคะที่มีมาแต่โบราณนั้น ระบุแนวทางดังที่แพทย์แผนปัจจุบันเพิ่งจะค้นพบ เราจะมาพิจารณาประเด็นนี้อีกครั้งเมื่อพูดถึงเรื่องอาสนะ มุทรา และเทคนิคโยคะอื่นๆ ที่มีผลในการป้องกันและการรักษาโรค

ในตอนนี้เราคงให้ความสนใจเรื่องการพัฒนาทัศนคติที่เหมาะสมในโยคะเพื่อการป้องกันโรค และโยคะบำบัด

โยคะทั้งหลายล้วนมีเป้าหมายเพื่อทำจิตใจให้สงบเพราะมนุษย์จะค้นพบตัวตนที่แท้จริงภายในได้ก็ต่อเมื่อจิตมีความสงบเท่านั้น จิตที่ยังคงไม่สงบ คิดต่างๆ นานา ไม่ว่าจะเป็นการคิดที่มีประสิทธิภาพหรือจิตที่ฟุ้งซ่านล้วนไม่สามารถที่จะรับรู้ธรรมชาติของสัจธรรมได้ทั้งนั้น

ในความเชื่อของโยคะ จิตและสสารล้วนมาจากสิ่งเดียวกัน มาจากพลังอย่างเดียวกัน มันเป็นเพียงแง่มุม 2 ด้าน ที่แม้เรารับรู้ว่าเป็น 2 เรื่องผี อย่าง แต่ก็เป็นหนึ่งเดียวกันมันมาจากแก่นเดียวกันที่ดำรงอยู่ชั่วนิรันดร์ ดังนั้น การที่เรารับรู้ถึงความเป็นสอง จึงเป็นเพียงการตีความ ซึ่งบิดเบือนไปด้วยกิเลสที่มีการสั่งสมมาอย่างยาวนาน โดยเฉพาะกิเลสตัวหลักอันได้แก่ อวิชชา หากอวิชชายังไม่ถูกขจัด เราก็ไม่สามารถเข้าใจกฎอันจริงแท้ หรือฤทธิ์ของโลกแห่งปรากฏการณ์นี้

สปิโนซากล่าวไว้ว่า ครูสอนโยคะ จิตที่เข้าใจพลังของจิตเองเข้าใจกฎเกณฑ์ของธรรมชาติได้มากขึ้น คือจิตที่สามารถปลดปล่อยตัวมันเองจากสิ่งที่ไม่เป็นประโยชน์ได้มากขึ้นซึ่งก็เป็นเรื่องเดียวกับโยคะ

ขณะที่โยคะบางระบบพยายามที่บรรลุถึงจิตที่สงบโดยผ่านทางวาสนากษัย หรือการขจัดวาสนาออกไปโยคะในกลุ่มนี้ได้แก่ ญาณโยคะ ภักดีโยคะ กรรมะโยคะ และฌานโยคะ

กลุ่มหลังนี้เรียกว่า ศักดิโยคะ หรือกุณฑาลินีโยคะเพราะเป็นเรื่องของการปลุกพลังกุณฑาลินี พลังงานที่เชื่อว่านอนเนื่องอยู่ภายในตัวมนุษย์ทุกคน

ทั้ง 2 กลุ่มนี้ เรียกตามโบราณว่ามหาโยคะแน่นอนโยคะทั้ง 2 กลุ่มนี้ไม่ได้แยกขาดออกจากกัน และในทางปฏิบัติ การฝึกโยคะก็เป็นการผสมผสานระหว่างวิธีของ 2 กลุ่มนี้

กระทั่งในปตัญชลีโยคะสูตรก็ให้ความสำคัญมายังองค์ประกอบที่เชื่อมโดยงกันของทั้ง 2 ส่วนนี้ โดยพยายามจัดการกับปัญหาของการทำจิตให้สงบจากมุมมองของกลไกกาย-จิตสัมพันธ์ ดังนั้น สำหรับปตัญชลีกิเลสมิใช่เป็นเพียงเรื่องกายล้วนๆ หรือเรื่องจิตล้วนๆ มันเป็นกลไกกาย-จิตสัมพันธ์ และวิธีจัดการที่ดีที่สุดคือต้องจัดการทั้ง 2 ส่วนคู่กัน ซึ่งทำให้เราเข้าใจว่า ทำไมปตัญชลีจึงแนะนำ ครูสอนโยคะ ยมะ นิยมะ เป็นขั้นตอนการฝึกเบื้องต้น และต่อด้วยอาสนะกับปราณายามะ

เมื่อการผูกติดของจิตกับกิเลสอ่อนกำลังลงด้วยการปฏิบัติที่เรียกว่ากิริยาโยคะแล้ว จึงฝึกต่อด้วยขั้นตอนถัดไป เรื่องผี ครูสอนโยคะ อันได้แก่ ฌาน เป็นการปฏิบัติทางจิต ซึ่งจะฝึกได้ง่ายขึ้นเพราะได้ปฏิบัติ 4 ขั้นแรกก่อนหน้าปตัญชลีระบุถึงกิเลสไว้ 5 ประการ เรื่องผี ได้แก่ อวิชชา ความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนต่อสัจธรรม อัสมิตา หรือความรับรู้ถึงความเป็นอัตตา ราคะ ความยึดติด โทสะ ความโกรธ และอภินิเวสายะ การมองความเป็นตนที่ผิดไปจากความผิดจริง โดยในการจัดการกิเลสเบื้องต้น ไม่ใช่อวิชชาหรืออัสมิตา ครูสอนโยคะ แต่ควรจัดการที่ราคะ โทสะ ซึ่งเปรียบได้กับการที่เราควรลิดกิ่งก้านที่มีอยู่มากมายก่อนที่จะโค่นต้นไม้ลง

เรื่องผี

รูปแบบใหม่ของมือถือในอนาคต

20 May, 2012 (17:14) | Uncategorized | By: admin

Glove One มือถือในอนาคต คือโทรศัพท์มือถือตัวต้นแบบที่คุณสามารถสวมใส่ไว้ที่มือได้ หรือนี่จะคือรูปแบบต่อไปของโทรศัพทพ์มือถือในอนาคตที่พกพาสะดวกขึ้น?

การใช้สัญญาณมือแสดงโดยเอานิ้วโป้งไว้ที่หูและนิ้วก้อยแตะไว้ที่ปากส่วนนิ้วที่เหลือหุบเข้า นั่นเป็นสัญลักษณ์สากลที่หมายถึงการโทรศัพท์ มือถือในอนาคต วาไรตี้ ซึ่งต่อไปมันจะไม่ใช่แค่ท่าทางเท่านั้น เพราะตอนนี้มีศิลปินคนนึงได้ออกแบบโทรศัพท์ที่มีลักษณะเป็นถุงมือเพื่อให้ผู้ใช้ทำท่านั้นในการใช้งานจริงๆได้

อุปกรณ์ที่ใช้ทำถุงมือตัวนี้นำมากจากชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์รีไซเคิลและวงจรที่ทำขึ้นมาเอง ผู้ออกแบบก็คือ Brian Cera เค้าได้ตั้งชื่อมันว่า Glove One โดยพัฒนาให้มันเป็นอยู่ในรูปของอุปกรณ์สื่อสารที่สามารถสวมใส่ได้ สาเหตุที่เค้าคิดอุปกรณ์ตัวนี้ขึ้นมาเพราะว่าเวลาที่คุณใช้มือถือก็จะทำให้มือนึงไม่ว่างเพราะต้องคอยถือโทรศัพท์เอาไว้ แล้วทำไมไม่สร้างโทรศัพท์ที่สามารถใช้มือได้ทั้งสองมือล่ะ?

เจ้าถุงมือตัวต้นแบบนี้ดูแล้วก็เหมือนเป็นเกราะที่ช่วยป้องกันมือของคุณ มีช่องเสียบซิมการ์ดจะใส่ไว้ตรงหลังฝ่ามือ ปุ่มกดตัวเลขอยู่ที่นิ้วมือ ข้อต่อต่างๆสามารถขยับได้อย่างเป็นอิสระและมีความยืดหยุ่นเวลาสวมใส่ โดยมีลำโพงติดตั้งไว้ที่นิ้วโป้งและไมโครโฟนติดไว้ที่นิ้วก้อย ถุงมือตัวนี้ผลิตโดยใช้เทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ 3 มิติจาก Superfine Plastic

เมื่อมองในแง่ของการใช้งานจริงแล้ว ถุงมือตัวนี้อาจจะไม่เหมาะกับการโทรนานๆเพราะมันจะทำให้คุณเมื่อยแขนได้ง่ายๆ แต่ถ้าคุณสนใจอยากจะลองทำถุงมือแบบนี้เอาไว้ใช้เล่นๆที่บ้าน ก็รออีกนิดนึง เพราะ Cera กำลังทำคู่มือสอนวิธีทำรวมถึงอุปกรณ์, coding, โปรแกรมมิ่ง ที่แสดงให้เห็นถึงการทำอย่างละเอียดค่ะ

Glove One คือโทรศัพท์มือถือตัวต้นแบบที่คุณสามารถสวมใส่ไว้ที่มือได้ หรือนี่จะคือรูปแบบต่อไปของโทรศัพทพ์มือถือในอนาคตที่พกพาสะดวกขึ้น?

การใช้สัญญาณมือแสดงโดยเอานิ้วโป้งไว้ที่หูและนิ้วก้อยแตะไว้ที่ปากส่วนนิ้วที่เหลือหุบเข้า นั่นเป็นสัญลักษณ์สากลที่หมายถึงการโทรศัพท์ ซึ่งต่อไปมันจะไม่ใช่แค่ท่าทางเท่านั้น เพราะตอนนี้มีศิลปินคนนึงได้ออกแบบโทรศัพท์ที่มีลักษณะเป็นถุงมือเพื่อให้ผู้ใช้ทำท่านั้นในการใช้งานจริงๆได้

อุปกรณ์ที่ใช้ทำถุงมือตัวนี้นำมากจากชิ้นส่วนอิเลคทรอนิกส์รีไซเคิลและวงจรที่ทำขึ้นมาเอง ผู้ออกแบบก็คือ Brian Cera มือถือในอนาคต เค้าได้ตั้งชื่อมันว่า วาไรตี้ Glove มือถือในอนาคต One โดยพัฒนาให้มันเป็นอยู่ในรูปของอุปกรณ์สื่อสารที่สามารถสวมใส่ได้ สาเหตุที่เค้าคิดอุปกรณ์ตัวนี้ขึ้นมาเพราะว่าเวลาที่คุณใช้มือถือก็จะทำให้มือนึงไม่ว่างเพราะต้องคอยถือโทรศัพท์เอาไว้ แล้วทำไมไม่สร้างโทรศัพท์ที่สามารถใช้มือได้ทั้งสองมือล่ะ?

เจ้าถุงมือตัวต้นแบบนี้ดูแล้วก็เหมือนเป็นเกราะที่ช่วยป้องกันมือของคุณ วาไรตี้ มีช่องเสียบซิมการ์ดจะใส่ไว้ตรงหลังฝ่ามือ ปุ่มกดตัวเลขอยู่ที่นิ้วมือ ข้อต่อต่างๆสามารถขยับได้อย่างเป็นอิสระและมีความยืดหยุ่นเวลาสวมใส่ โดยมีลำโพงติดตั้งไว้ที่นิ้วโป้งและไมโครโฟนติดไว้ที่นิ้วก้อย มือถือในอนาคต ถุงมือตัวนี้ผลิตโดยใช้เทคโนโลยีเครื่องพิมพ์ 3 มิติจาก Superfine Plastic

เมื่อมองในแง่ของการใช้งานจริงแล้ว วาไรตี้ ถุงมือตัวนี้อาจจะไม่เหมาะกับการโทรนานๆเพราะมันจะทำให้คุณเมื่อยแขนได้ง่ายๆ แต่ถ้าคุณสนใจอยากจะลองทำถุงมือแบบนี้เอาไว้ใช้เล่นๆที่บ้าน ก็รออีกนิดนึง เพราะ Cera กำลังทำคู่มือสอนวิธีทำรวมถึงอุปกรณ์, coding, โปรแกรมมิ่ง ที่แสดงให้เห็นถึงการทำอย่างละเอียดค่ะ

วาไรตี้

โรงเรียนสอน “ตัวตลกบำบัด” ในอิตาลี

20 May, 2012 (17:12) | Uncategorized | By: admin

โรงเรียนสอน “ตัวตลกบำบัด” ขำๆ ในอิตาลี มีการจัดตั้งสถาบันสอนตัวตลกบำบัดขึ้นมาแบบจริงจัง เพื่อเป็นแนวทางที่จะนำมาใช้เรียกรอยยิ้มให้กับผู้ป่วยเด็กที่เข้าการรักษา ตัวตามโรงพยาบาล ในความเชื่อที่ว่าจะช่วยสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ซึ่งจะทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำให้เด็กฟื้นฟูร่างกายได้ดีขึ้น

ทางด้านสมาคมไลฟทูลีฟ ก็ออกมาเปิดเผยว่าเมื่อ ตัวตลกบำบัด 16 ปีที่แล้วว่าเขาได้ผันตัวเองมาเป็นสถาบันฝึกอบรมตัวตลกบำบัด เพื่อผลิตบุคลากรทำงานช่วยเหลือผู้ป่วยตามโรงพยาบาลและสถานพักฟื้นต่างๆ

สำหรับหลักสูตรการอบรมก็มีหลายระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับจิตอาสา จนถึงขั้นเป็นตัวตลกระดับคุณหมอ ตัวตลกทั่วไปและคุณหมอตัวตลกชั้นสูง ซึ่งมีหน้าที่บำบัดผู้ป่วยเด็กโรครุนแรงที่อาจเสียชีวิตเมื่อไรก็ได้ ซึ่งต้องระมัดระวังค่อนข้างสูง และที่สำคัญต้องมีคุณสมบัติพิเศษที่จะถ่ายทอดพลังให้กับเด็กที่ป่วยรวมถึง ครอบครัวของเด็กด้วย ตัวตลกบำบัด ขำๆ เพราะเด็กที่ป่วยจะมีจิตใจซึมเศร้า ขำๆ รวมถึงครอบครัวที่มีความเครียด ตัวตลกบำบัด แม้ว่าตอนนี้จะไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนว่าเสียงหัวเราะจะสามารถ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยได้จริง แต่อย่างไรก็ตามผู้ใช้แนวทางนี้ก็เชื่อว่าการหัวเราะจะช่วยระบบการไหลเวียน ของโลหิตกระจายไปทั่วร่างกายมากขึ้น

โรงเรียนสอน “ตัวตลกบำบัด” ในอิตาลี มีการจัดตั้งสถาบันสอนตัวตลกบำบัดขึ้นมาแบบจริงจัง เพื่อเป็นแนวทางที่จะนำมาใช้เรียกรอยยิ้มให้กับผู้ป่วยเด็กที่เข้าการรักษา ตัวตามโรงพยาบาล ในความเชื่อที่ว่าจะช่วยสร้างรอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ซึ่งจะทำให้การรักษามีประสิทธิภาพมากขึ้น และทำให้เด็กฟื้นฟูร่างกายได้ดีขึ้น

ทางด้านสมาคมไลฟทูลีฟ ก็ออกมาเปิดเผยว่าเมื่อ 16 ปีที่แล้วว่าเขาได้ผันตัวเองมาเป็นสถาบันฝึกอบรมตัวตลกบำบัด เพื่อผลิตบุคลากรทำงานช่วยเหลือผู้ป่วยตามโรงพยาบาลและสถานพักฟื้นต่างๆ

สำหรับหลักสูตรการอบรมก็มีหลายระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับจิตอาสา จนถึงขั้นเป็นตัวตลกระดับคุณหมอ ตัวตลกทั่วไปและคุณหมอตัวตลกชั้นสูง ซึ่งมีหน้าที่บำบัดผู้ป่วยเด็กโรครุนแรงที่อาจเสียชีวิตเมื่อไรก็ได้ ขำๆ ซึ่งต้องระมัดระวังค่อนข้างสูง และที่สำคัญต้องมีคุณสมบัติพิเศษที่จะถ่ายทอดพลังให้กับเด็กที่ป่วยรวมถึง ครอบครัวของเด็กด้วย ตัวตลกบำบัด เพราะเด็กที่ป่วยจะมีจิตใจซึมเศร้า ตัวตลกบำบัด รวมถึงครอบครัวที่มีความเครียด แม้ว่าตอนนี้จะไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่ชัดเจนว่าเสียงหัวเราะจะสามารถ ช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ป่วยได้จริง แต่อย่างไรก็ตามผู้ใช้แนวทางนี้ก็เชื่อว่าการหัวเราะจะช่วยระบบการไหลเวียน ของโลหิตกระจายไปทั่วร่างกายมากขึ้น

ขำๆ